ปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และยานยนต์ไร้คนขับ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาด้านพลังงานน้ำมัน และความต้องการใช้พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รวมถึงยานยนต์ไร้คนขับ มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ตลาดได้เร็วกว่าที่คาดการณ์
โดยเทคโนโลยี รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles หรือ Self-Driving Cars) หรือรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยคนควบคุม มีการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีต่าง ๆ ดังนี้
1. การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)
- AI ที่ฉลาดขึ้น ระบบการขับขี่อัตโนมัติจะมีการพัฒนาความสามารถในการรับรู้และการตัดสินใจที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์สภาพถนน, สภาพอากาศ, และการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่หรือยานพาหนะอื่นๆ เพื่อให้รถสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คาดคิด
- การเรียนรู้จากข้อมูล (Data-Driven) รถยนต์ไร้คนขับจะสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลจากเซ็นเซอร์, กล้อง, และข้อมูลจากผู้ขับขี่คนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้รถมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ บนท้องถนน
2. เซ็นเซอร์และการรับรู้ (Sensors & Perception)
- การใช้ LIDAR, Radar, และกล้องความละเอียดสูง เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่ทันสมัย เช่น LIDAR (Light Detection and Ranging) และ Radar ช่วยให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถมองเห็นรอบตัวและรับรู้สภาพแวดล้อมได้อย่างละเอียด รวมทั้งสามารถตรวจจับอุปสรรค, คนเดินเท้า, หรือสัตว์ที่อาจจะอยู่ในเส้นทางได้แม้ในสภาพแสงน้อย
- การประมวลผลข้อมูลจากหลายแหล่ง รถยนต์จะใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายประเภทร่วมกันเพื่อสร้าง “แผนที่” ของโลกที่เป็นภาพรวมของสภาพถนนและสิ่งกีดขวาง รวมถึงการคำนวณและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของยานพาหนะอื่น ๆ
3. การเชื่อมต่อและการสื่อสาร (Connectivity)
- Vehicle-to-Everything (V2X) เทคโนโลยีนี้ช่วยให้รถยนต์สามารถสื่อสารกับรถคันอื่นๆ, โครงสร้างพื้นฐาน (เช่น สัญญาณไฟจราจร), และสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบขนส่ง ทำให้การขับขี่อัตโนมัติมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- 5G และการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างรถยนต์และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวดเร็วและมีความเสถียรมากขึ้น ช่วยให้การตัดสินใจของรถยนต์ไร้คนขับเกิดขึ้นได้ทันที โดยเฉพาะในสภาวะที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็ว เช่น การควบคุมความเร็วหรือการหลบหลีกอุปสรรค

4. การขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 และ 5
- ระดับ 4 (High Automation) รถสามารถขับขี่ได้โดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมจำกัด (เช่น ภายในพื้นที่เมืองที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด) โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยควบคุมรถ แต่ยังคงสามารถขอความช่วยเหลือได้ในบางสถานการณ์
- ระดับ 5 (Full Automation) รถยนต์ไร้คนขับในระดับนี้จะสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มรูปแบบในทุกสภาพแวดล้อม โดยไม่ต้องการการควบคุมจากมนุษย์เลย
5. การใช้งานในชีวิตประจำวัน
- การขนส่งสาธารณะและบริการรถร่วม (Ride-Hailing) บริการรถยนต์ไร้คนขับจะสามารถนำมาใช้ในรูปแบบของบริการขนส่งสาธารณะ หรือการแชร์รถ (เช่น Uber, Lyft) โดยผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องขับรถเอง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร และลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
- การขนส่งสินค้าระยะสั้น รถบรรทุกไร้คนขับจะเริ่มถูกใช้ในระบบการขนส่งสินค้าระยะสั้นหรือการจัดส่งในเมือง เช่น การจัดส่งสินค้าจากคลังสินค้าสู่ร้านค้าหรือบ้านลูกค้า
6. ข้อกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
- ข้อบังคับและกฎหมาย การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและข้อบังคับเพื่อรองรับการใช้งานอย่างปลอดภัย ทั้งในด้านการจดทะเบียน, การตรวจสอบความปลอดภัย, และความรับผิดชอบในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
- ความปลอดภัย การพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยพอที่จะใช้งานจริงจะเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะต้องมีการทดสอบและการประเมินความเสี่ยงในหลากหลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน
7. ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม
- การลดต้นทุน การใช้รถยนต์ไร้คนขับสามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัทขนส่งหรือบริการรถร่วม เช่น ต้นทุนการจ้างคนขับ และการลดอุบัติเหตุจากการขับขี่
- การเปลี่ยนแปลงในอาชีพ แม้ว่าจะมีประโยชน์ด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย แต่การใช้รถยนต์ไร้คนขับอาจมีผลกระทบต่ออาชีพที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ เช่น คนขับรถบรรทุก, คนขับแท็กซี่ ซึ่งอาจต้องมีการปรับตัวหรือการฝึกอบรมใหม่

เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับมีแนวโน้มที่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการขนส่งในอนาคต โดยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI, เซ็นเซอร์, การเชื่อมต่อ, และการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูงกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่สามารถทำให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา เช่น กฎหมาย, ความปลอดภัย, และการยอมรับจากสังคม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ